ถ้าพูดถึงมิดฟิลด์ที่ครบเครื่องที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้ ชื่อของ โจชัว คิมมิช (หรือที่หลายคนเรียกว่า โยซูอา คิมมิช / J Kimmich) ต้องติดอันดับต้น ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ว่าจะในเวที บุนเดสลีกา, ฟุตบอลยุโรป หรือระดับทีมชาติ คิมมิชคือหนึ่งในนักเตะที่มีอิทธิพลต่อเกมมากที่สุดคนหนึ่ง ทั้งในแง่การคุมจังหวะ การจ่ายบอล และความเป็นผู้นำในสนาม
สิ่งที่ทำให้คิมมิชเป็นที่จับตามองมากเป็นพิเศษ คือบทบาทสำคัญของเขากับสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง บาเยิร์น มิวนิค ทีมที่ครองความยิ่งใหญ่ในลีกเยอรมนีมาอย่างยาวนาน คิมมิชไม่ใช่แค่กำลังหลัก แต่เป็น “ตัวเชื่อมเกม” ที่ทำให้จังหวะของบาเยิร์นไหลลื่นและอันตรายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
รวมถึงผลงานของเขากับ ทีมชาติเยอรมนี ที่มักถูกคาดหวังให้เป็นหัวใจแดนกลางของทีมชุดใหม่ ทำให้ชื่อของ “คิมมิช” ถูกพูดถึงทุกครั้งที่มีทัวร์นาเมนต์ใหญ่หรือศึกหนักระดับชาติ Football Wiki จึงอยากพาทุกคนมารู้จักกับนักเตะคนนี้ให้มากขึ้น ว่าอะไรทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดของโลกในยุคปัจจุบัน.

ข้อมูลเกี่ยวกับ โจชัว คิมมิช Joshua Kimmich ที่ทุกท่านควรรู้!
โจชัว คิมมิช มีชื่อเต็มว่า โจชัว วอลเตอร์ คิมมิช (Joshua Walter Kimmich) เกิดเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 1995 ที่เมืองร็อตไวล์ ประเทศเยอรมนี ปัจจุบัน (ปี 2025) อายุ 30 ปี เป็นนักฟุตบอลที่ขึ้นชื่อเรื่องการเล่นได้หลายตำแหน่ง เล่นได้ทั้ง แบ็กขวา และ มิดฟิลด์ตัวกลาง ด้วยส่วนสูง 1.77 เมตร ทำให้เขาคล่องตัวและขยับหาพื้นที่ได้ดี
คิมมิชสวมเสื้อหมายเลข 6 ให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งเป็นทีมที่เขากลายเป็นกำลังหลักมาหลายปี ด้วยสไตล์การเล่นที่ผสมผสานระหว่างความแม่นยำ การอ่านเกม และความทุ่มเท ทำให้เขาถูกยกให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สำคัญที่สุดของยุคนี้ ทั้งในระดับสโมสรและ ทีมชาติเยอรมนี
เส้นทางลูกหนัง โจชัว คิมมิช จากดาวรุ่งสู่กำลังหลักของ บาเยิร์น มิวนิค
ก่อนที่ชื่อของ โจชัว คิมมิช (หรือที่แฟนบอลรู้จักในชื่อ โยซูอา คิมมิช / J Kimmich) จะกลายเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดของยุคนี้ เขาเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังแบบเรียบง่ายจากทีมเยาวชนของ VfB Stuttgart ซึ่งเป็นหนึ่งในสโมสรที่ผลิตแข้งเยอรมันคุณภาพออกมาอย่างต่อเนื่อง
ต่อมาในปี 2013 คิมมิชย้ายไปร่วมทีม RB Leipzig และเริ่มสัมผัสฟุตบอลอาชีพเต็มตัว เขาลงสนามเกมระดับ 3. Liga เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2013 ก่อนซัดประตูแรกในอาชีพให้ไลป์ซิกในเกมชนะซาร์บรึคเค่น 3–2 ช่วงปลายปีเดียวกัน เส้นทางดาวรุ่งของเขาเติบโตอย่างต่อเนื่อง เขาจบฤดูกาล 2013–14 ด้วย 26 นัด 1 ประตู และตามด้วยผลงานดีขึ้นในฤดูกาล 2014–15 จนสะสมผลงานรวม 53 นัด 3 ประตู กลายเป็นดาวรุ่งที่ถูกจับตามองในเวที บุนเดสลีกา

ก้าวสู่ บาเยิร์น มิวนิค จุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพ
ปี 2015 คือจุดเริ่มต้นของตำนาน เมื่อ บาเยิร์น มิวนิค ตัดสินใจดึงตัวคิมมิชด้วยค่าตัวราว 7 ล้านยูโร เขาเปิดตัวในศึก DFB-Pokal เดือนสิงหาคม และได้รับโอกาสลงเล่น บุนเดสลีกา ภายใต้การดูแลของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า โค้ชที่มองเห็นศักยภาพและปั้นเขาจนแจ้งเกิดเต็มตัว ซีซั่นแรกคิมมิชลงเล่น 23 นัด และแม้จะเป็นดาวรุ่ง แต่เขาได้ลงในนัดชิง DFB-Pokal ครบ 120 นาที บอกได้ชัดเจนว่าเขาไม่ใช่ตัวเลือกธรรมดา
ในฤดูกาล 2016–17 คิมมิชเริ่มฉายแสงมากขึ้น ยิงประตูแรกให้บาเยิร์นในเกมชนะชาลเก้ และยิงสองลูกในแชมเปียนส์ลีกเกมถล่มรอสตอฟ เขาจบฤดูกาลนั้นด้วย 9 ประตูจาก 40 นัด ตัวเลขที่ไม่ธรรมดาสำหรับผู้เล่นที่เดิมเล่นแบ็กขวา
เติบโตเป็นกำลังหลักภายใต้โค้ชหลายยุค
หลังจาก ฟิลิปป์ ลาห์ม แขวนสตั๊ด คิมมิชถูกวางตัวเป็นทายาทตำแหน่งแบ็กขวา ก่อนโชว์ฟอร์มเด่นทั้งการจ่ายบอล การสร้างเกม และการเติมเกมรุก เขาทำ 17 แอสซิสต์ในฤดูกาล 2017–18 และกลายเป็นหนึ่งในตัวหลักของบาเยิร์นแบบเต็มตัว
ภายใต้โค้ช ฮันซี่ ฟลิค คิมมิชถูกดันมาเล่นมิดฟิลด์ตัวรับอย่างที่หลายคนคาดไว้ว่าเขาจะเปล่งประกาย และเขาก็ทำได้เกินคาด เขามีส่วนสำคัญในการพาบาเยิร์นคว้าแชมป์ยุโรป 2019–20 พร้อมแอสซิสต์ประตูชัยในรอบชิงที่ยิงโดยคิงส์ลีย์ โกม็อง
หลังจากนั้นคิมมิชก็พัฒนาไม่หยุด ไม่ว่าจะเป็นบทบาทมิดฟิลด์หรือแบ็กขวา เขายังยิงประตูสำคัญอย่างลูกยิงไกลใส่ดอร์ทมุนด์ใน DFL-Supercup ปี 2020 และช่วย บาเยิร์น มิวนิค ผ่านเข้ารอบรองแชมเปียนส์ลีกครั้งแรกในรอบหลายปีในฤดูกาล 2023–24 ภายใต้โธมัส ทูเคิล
ยืนหนึ่งในยุคปัจจุบัน จากดาวรุ่งสู่ตำนานกำลังก่อร่าง
เข้าสู่ปี 2025 คิมมิชยังคงยืนระยะความยอดเยี่ยมต่อเนื่อง เขาต่อสัญญากับ บาเยิร์น มิวนิค ยาวจนถึงปี 2029 และในปีเดียวกันก็ลงเล่นครบ 100 นัดในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ซึ่งเป็นสถิติระดับนักเตะระดับโลกอย่างแท้จริง
เส้นทางของ โจชัว คิมมิช คือภาพสะท้อนของนักเตะที่ใช้ความมุ่งมั่น ความฉลาด และความอเนกประสงค์ ค่อย ๆ ก้าวจากเด็กเยาวชนสู่การเป็นตัวหลักของสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี และยังเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สำคัญที่สุดในวงการฟุตบอลยุโรปยุคนี้อย่างแท้จริง

โจชัว คิมมิช กับทีมชาติเยอรมนี จากดาวรุ่งสู่กัปตัน “อินทรีเหล็ก”
เส้นทางของ โจชัว คิมมิช ใน ฟุตบอลทีมชาติเยอรมนี เริ่มต้นขึ้นในปี 2016 เมื่อเขามีชื่อในทีมชุดลุย ยูโร 2016 และได้ประเดิมสนามในเกมอุ่นเครื่องกับ สโลวาเกีย ในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน ไม่นานหลังจากนั้น คิมมิชได้รับเลือกเข้าสู่ทีมชุดสุดท้าย พร้อมสวมเสื้อเบอร์ 21 และถูกส่งลงตัวจริงในเกมสำคัญกับ ไอร์แลนด์เหนือ ในรอบแบ่งกลุ่ม
ซึ่งเขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยม จนยึดตำแหน่งแบ็กขวาตัวจริงยาวไปจนจบทัวร์นาเมนต์ ทีมชาติเยอรมนีทะยานเข้ารอบรองชนะเลิศ และคิมมิชถูกเลือกติด ทีมยอดเยี่ยมยูโร 2016 (UEFA Team of the Tournament) นับเป็นการแจ้งเกิดในเวทีทีมชาติอย่างสวยงาม
หลังจากนั้น คิมมิชกลายเป็นกำลังสำคัญของเยอรมนีทั้งในศึกคัดบอลโลกและรายการใหญ่ต่าง ๆ เขายิงประตูแรกในนามทีมชาติในเกมคัดบอลโลกปี 2016 ใส่นอร์เวย์ ก่อนมีชื่อในทีมชุด คอนเฟดเดอเรชันส์ คัพ 2017, ฟุตบอลโลก 2018, รวมถึงการเปลี่ยนบทบาทไปเล่นมิดฟิลด์ตัวรับในเกมเนชันส์ลีกปี 2018
เขายังมีไฮไลท์สำคัญ เช่น ประตูตีเสมอด้วยจังหวะจักรยานอากาศในเกมอุ่นเครื่องกับเดนมาร์ก รวมถึงการยิงประตูใส่อิตาลีทั้งสองนัดในเนชันส์ลีกปี 2022 แสดงให้เห็นถึงความอเนกประสงค์ที่โดดเด่นทั้งเกมรับและเกมรุก
ก้าวสู่อายุที่มากขึ้น คิมมิชยิ่งกลายเป็นผู้นำมากกว่าเดิม เขามีชื่อในทีมชุด ยูโร 2020, ฟุตบอลโลก 2022, และติดทีม ยูโร 2024 ซึ่งต่อมาในเดือนกันยายนปีเดียวกัน เขาได้รับตำแหน่งกัปตันทีมชาติเยอรมนีอย่างเป็นทางการ
และในวันที่ 4 มิถุนายน 2025 เขาลงสนามรับใช้ชาติเป็นนัดที่ 100 ในศึกเนชันส์ลีกกับโปรตุเกส พร้อมทำแอสซิสต์ให้ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ ทำประตู ชัยชนะนี้ไม่เพียงเป็นหลักฐานถึงความเก่งกาจ แต่ยังสะท้อนถึงความเป็น “ผู้นำยุคใหม่” ของทีมอินทรีเหล็กอย่างเต็มตัว.
สไตล์การเล่นที่โดดเด่นของ โจชัว คิมมิช ที่แฟนบอลต้องรู้!
ถ้าพูดถึงนักเตะที่ “ครบเครื่องจริง ๆ” ในยุคนี้ เชื่อว่า โจชัว คิมมิช ต้องติดอันดับต้น ๆ แบบไม่ต้องสงสัยเลย เพราะเขาเป็นทั้ง กองกลางมันสมอง และ แบ็กขวาที่เล่นเหมือนเพลย์เมคเกอร์ ในคนเดียวกัน! ไม่ว่าจะแข่งให้ บาเยิร์น มิวนิค ในศึกบุนเดสลีกา หรือทีมชาติเยอรมนี คิมมิชคือคนที่สร้างความแตกต่างในสนามเสมอ และนี่คือจุดเด่นที่ทำให้แฟนบอลทั้งโลกหลงรักสไตล์การเล่นของเขา
จุดเด่นที่ทำให้ “คิมมิช” โดดเด่นกว่านักเตะทั่วไป
- อ่านเกมขาดระดับมาสเตอร์
โยซูอา คิมมิช ขึ้นชื่อเรื่องการอ่านเกมแบบเฉียบคม รู้ว่าจะต้องเคลื่อนที่ไปจุดไหน หรือจังหวะไหนที่ควรกดดัน บางคนเรียกเขาว่า “โค้ชในสนาม” เลยก็ไม่ผิด - จ่ายบอลแม่นเหมือนจับวาง
ไม่ว่าจะบอลสั้น บอลยาว หรือแทงทะลุช่อง คิมมิชทำได้ทั้งหมด ทั้งยังเป็นตัวคุมจังหวะเกมแบบ Deep-lying playmaker ที่บาเยิร์นขาดไม่ได้
- เล่นได้หลายตำแหน่งแบบไม่หลุดฟอร์ม
เดิมทีเขาแจ้งเกิดในตำแหน่งแบ็กขวา แต่พอถูกดันมาเล่นมิดฟิลด์ ก็ฟอร์มโหดกว่าเดิมอีก ทั้งยังพร้อมสลับตำแหน่งในเกมตามแท็กติกของโค้ชแบบไม่มีแผ่ว - แท็คเกิลแน่น เก็บกวาดเก่ง
จุดเด่นของ J Kimmich คือการแย่งบอลที่มั่นใจ ดักบอลดี และไม่กลัวเข้าปะทะ ทำให้แดนกลางของทีมมั่นคงสุด ๆ - ความเป็นผู้นำสูง
แม้ไม่ใช่นักเตะที่ตะโกนดัง ๆ แต่เขาคือผู้นำโดยธรรมชาติ ทั้งกระตุ้นทีม อ่านเกมให้เพื่อน และสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งทีมในสนาม
ทำไมแฟนบอลถึงชอบสไตล์ของคิมมิช?
เพราะเขาเป็นนักเตะประเภท “ทำเพื่อทีมก่อนเสมอ” ไม่ใช่สายโชว์ แต่เป็นคนที่ทำให้ระบบการเล่นไหลลื่นและสมดุล เขาอาจไม่ใช่คนที่ยิงเยอะที่สุด แต่เป็นคนที่ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นสำหรับนักเตะรอบข้าง เรียกได้ว่าเป็น หัวใจของทีมบาเยิร์น อย่างแท้จริง
เกียรติประวัติ ความสำเร็จของ โจชัว คิมมิช
บาเยิร์น มิวนิค
- บุนเดสลีกา (Bundesliga) ได้แชมป์ 9 ครั้ง ได้แก่ 2015–16, 2016–17, 2017–18, 2018–19, 2019–20, 2020–21, 2021–22, 2022–23, 2024–25
- DFB-Pokal (เดเอฟเบ โพคาล) ได้แชมป์ 3 ครั้ง ได้แก่ 2015–16, 2018–19, 2019–20
- Franz Beckenbauer Supercup / German Super Cup ได้แชมป์ 7 ครั้ง ได้แก่ 2016, 2017, 2018, 2020, 2021, 2022, 2025
- ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก (UEFA Champions League) ได้แชมป์ 1 ครั้ง ในฤดูกาล 2019-20
- UEFA Super Cup ได้แชมป์ 1 ครั้ง ในปี 2020
- FIFA Club World Cup ได้แชมป์ 1 ครั้ง ในปี 2020
ทีมชาติเยอรมนี
- แชมป์ยุโรปรุ่น U19 (UEFA European Under-19 Championship): 2014
- ทีมชาติเยอรมนีชุดใหญ่ แชมป์ FIFA Confederations Cup: 2017
รางวัลส่วนตัว
ระดับเยาวชน
- Fritz Walter Medal U19 (เหรียญทองแดง): 2014
ยุโรป & ระดับสโมสร
- UEFA European Championship Team of the Tournament: 2016
- UEFA Champions League Breakthrough XI: 2016
- UEFA Champions League Squad of the Season: 2017–18, 2019–20
- UEFA Champions League Defender of the Season: 2019–20
- UEFA Team of the Year: 2020
ระดับโลก
- FIFA FIFPro World11: 2020
- FIFA Club World Cup Bronze Ball: 2020
- IFFHS Men’s World Team: 2020
ในบุนเดสลีกา
- Bundesliga Team of the Season: 2017–18, 2018–19, 2019–20, 2020–21, 2021–22
- kicker Bundesliga Team of the Season: 2018–19, 2019–20, 2020–21, 2024–25
- VDV Bundesliga Team of the Season: 2017–18, 2018–19, 2019–20, 2020–21, 2021–22, 2022–23, 2024–25
- Bundesliga Goal of the Month: May 2020, September 2020, December 2024
ข้อมูลนักเตะ ผู้จัดการทีม สโมสร ทีมชาติ ครบจบที่ Footballwiki.net
ข้อมูลนักเตะ ผู้จัดการทีม สโมสร และทีมชาติ ครบจบในที่เดียวต้อง Footballwiki.net แหล่งรวมข้อมูลฟุตบอลที่อ้างอิงจาก Wikipedia แบบถูกต้อง เชื่อถือได้ อัปเดตทันใจ คอบอลที่อยากศึกษาประวัตินักเตะ ทีมโปรด หรือเกร็ดฟุตบอลต่าง ๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด!
และสำหรับใครที่อยากลุ้นมันส์ไปพร้อมกับการดูบอล เราขอแนะนำ เว็บยูฟ่า (UFABET) เว็บแทงบอลอันดับ 1 ของไทย แทงง่าย จ่ายจริง มีให้เลือกเล่นครบทุกลีก พร้อมบริการดูบอลสดฟรีแบบคมชัด
เข้าถึงง่ายสุด ๆ ผ่าน ทางเข้า UFABET แค่มีมือถือและอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าระบบไหนก็ใช้งานได้ พร้อมดูแลคุณตลอด 24 ชั่วโมง!
